เมื่อก่อน เราเคยสงสัยในความรักที่มีให้กับบุตรในฐานะมารดา ว่าเหตุใดถึงให้และรักได้อย่างไร้เงื่อนไข...

ถึง ที่สุดแล้ว มารดา เป็นผู้ให้ได้เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะให้ได้ มีปรัชญาบทหนึ่งที่กล่าวถึง ความรักที่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่เคยพบหน้า พร้อมที่จะทนุถนอมมอบความรักให้ นั่นคือ ความรักที่มีต่อบุตร

วัน ก่อนผมได้มีโอกาสดูหนังเรื่องหนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์ มีภาพการทำคลอดในฉากจบ เป็นการผ่าคลอด นั่นคือ กรีดช่องท้องเพื่อนำเด็กออกมา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นภาพนี้ ทำให้เราสำนึกได้ถึง การเสียสละของผู้เป็นแม่ เพื่อให้คนๆหนึ่งมีชีวิตและเติบโต

ตัวผมเอง เป็นเด็กที่คลอดโดยธรรมชาติ แน่นอนว่าในวัยเด็กเราไม่เคยรับรู้เรื่องราวว่าเราถือกำเนิดมาจากตรงไหน รู้แต่เพียงสถานที่ที่เรียกว่า โรงพยาบาล แต่การผ่าคลอดมันกลับสร้างร่องรอยของการถือกำเนิดไว้กับผู้ให้กำเนิดไว้ตลอด ชีวิต

เมื่อมาถึงจุดนี้ เมื่อเรามองย้อนกลับไปที่จุดกำเนิดของเราอีกครั้ง จะเรียกว่าจุดกำเนิดก็คงไม่ถูกต้องนักเพราะนั่นเป็นการปฏิสนธิ เรียกว่าการตัดขาดจากแม่มาสู่โลกภายนอก นั่นคือการเริ่มต้นของความเป็นปัจเจก มันคือวันที่เราดำรงอยู่โดยไม่ต้องพึ่งพาแม่อีกต่อไปในเชิงกายภาพ คือ เมื่อตัดสายสะดือทิ้ง

 



สำหรับคนเป็นพ่อแม่ คือ ความปิติยินดี ความสุขอันล้นเหลือ แต่สำหรับลูก มันคือ วาระอันยิ่งใหญ่ คือการเริ่มต้นของความเป็นปัจเจก วันที่เริ่มต้นระยะห่างจากแม่จนถึงวาระสุดท้ายที่ต้องตายจากกัน เพียงแต่ตอนนั้นเรายังไม่มีปัญญาพอที่จะตระหนักรู้ตรงนี้ได้

ผมยังจำ ได้ว่าครั้งหนึ่งในวัยเด็ก มันเป็นการยืนยันภาวะนี้ได้อย่างดี คือ ตอนที่แม่พยายามจะเคี้ยวข้าวแล้วคายใส่ช้อนให้เรา แต่เราอยากกินเองเพราะเราโตแล้ว ลึกๆเราอาจจะรังเกียจน้ำลายแม่ด้วย โดยที่เราไม่ตระหนักเลยว่าตลอดเวลาเก้าเดือนในครรภ์มันเป็นอะไรยิ่งกว่านั้น และหลังจากคลอดแล้วเราดื่มนมแม่ซึ่งก็คือเลือดที่กลั่นจากอกมารดา

วันเวลาทีผ่านไปเราเป็นเหมือนกับ นกกระจอก ที่อยากบินออกจากรัง เราหลงลืมวันเวลาที่เติบโตจากลูกนกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นดั่งคำโบราณที่ว่า "ปีกกล้าขาแข็ง" เราเห็นเพียงแต่ตัวเราพร้อมที่จะละเลยคนที่ฟูมฟักมาแต่หนหลัง

ไม่กี่วันต่อมาผมได้มีโอกาสไปดูเทศกาลภาพยนตร์สารคดี เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ แม่ชาวลาวผู้ต้องระหกระเหินจากแผ่นดินตนเอง พร้อมกับหอบลูกหนีไปอยู่ที่อเมเริกาเนื่องจากภาวะสงคราม

ในสารคดี แม่ได้พูดถึงความคับข้องใจของตน ยามเมื่อเหล่าลูกๆชาวลาวที่โตในอเมริกาได้ทอดทิ้งแม่ เธอได้กล่าวถึงช่วงเวลาที่เริ่มต้นเข้ามาอยู่ในประเทศนี้ว่ายากเย็นแสนเข็ญ และกล่าวตัดพ้อเหล่าลูกๆทั้งน้ำตาว่า พวกเขาไม่รับรู้เลยว่าแม่ต้องทนลำบากขนาดไหน แต่พอถึงวันที่พวกเขาได้รับการส่งเสียเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ กลับกลายเป็นผู้เนรคุณ ไม่เห็นหัวแม่บังเกิดเกล้า

หลังจากหนังจบ วันต่อมาระหว่างอ่านหนังสือ ก็เกิดความคิดที่ว่า ความรักจากมารดา ยังกับเป็นเรื่องตลกร้าย เมื่อวัยเจริญพันธุ์ เราแสวงหาความรักโรแมนติค หาคู่ชีวิต คนที่จะคอยเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย เป็นลมหายใจให้กันและกัน เป็นแรงผลักดันแรงบันตาลใจ เราเรียกร้องความรักจากคนแปลกหน้าได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด

บางห้วง เวลา เราฉลาดเราทันโลก เรามองมารดาเป็นคนล้าหลัง เรามองความห่วงใยความปรารถนาดีเป็นเรื่องน่าอับอาย ร้ายที่สุด เราใช้คำพูดเชิอดเฉือนใจแม่นับครั้งไม่ถ้วน เพียงแค่ความคิดที่ว่า "ฉันโตแล้ว ฉันคิดเองได้ ฉันมีอิสระในตัวเอง อย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กๆ"

ขณะ เดียวกันนั้น แม่กลับเป็นผู้ให้ได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด พร้อมที่จะทอดทิ้งความสุข ความอิสระของตัวเอง พร้อมที่จะยินดีกับความสำเร็จของลูกเสียยิ่งกว่าตัวลูกเองเสียอีก ยามที่ผิดพลาดก็พร้อมที่จะให้อภัย ให้โอกาสแก้ไขได้ทุกครั้ง

เราไม่ รู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน คนๆหนึ่งจะรักใครคนหนึ่งได้อย่างนั้น ความเหน็ดเหนื่อย เจ็บปวด ทนทุกข์ที่มีมา ตั้งแต่เวลาเก้าเดือนในท้อง เป็นทารกที่เอาแต่ร้องไห้ หัดพูด หัดเดิน มีเพื่อน เข้าโรงเรียน เข้ามหาวิทยลัย บวชเรียน ทำงาน มีชีวิตคู่ ระยะห่างระหว่างเรากับแม่ถอยห่างจากกันไปเรื่อยๆ

ทุกสิ่งนั้นแลกได้กับการได้เห็นลูกเติบโตและมีชีวิตที่มีความสุขและเป็นคนดีของสังคม

 

ไม่มีการเรียกร้องให้เห็นใจ ให้ดูแล ให้เอาใจใส่ ... มีเพียงขอให้ลูกของท่านได้ดี แค่นี้ แม่ก็พอใจแล้ว

รักของแม่เหมือนมะลิบริสุทธิ์

กลีบจะรานก้านจะหลุดไม่หยุดหอม

เมื่อโลกร้อนเลวร้ายมารายล้อม

รักแม่หลอมโลกให้….ได้ร่มเย็น

ความรักของมารดาเป็นเรื่องตลกร้าย บางคนเห็นเมื่อสายไป บางคนไม่เคยเห็น บางคนทำลายความรักที่แม่ให้ เพราะแม่ ในชีวิตหนึ่งเป็นเพียงผู้ให้..!!

( ขอขอบคุณรูปการ์ตูนดีๆจาก www.love4home.com นะครับ )

edit @ 5 Jan 2010 18:12:07 by nang4jor

edit @ 2 Jun 2010 15:04:06 by nang4jor

Comment

Comment:

Tweet

เป็นความจริงที่ถูกหลงลืมใช่ไหม

ดีจังที่มีบล็อกดีๆ ให้ใครที่กำลังลืมความจริงข้อนี้
ได้คิดกันสักที

สี่ภาพข้างล่าง ทำให้เราสะท้อนใจ

#4 By arashi-an on 2010-01-07 16:06

..........แม่....คือผู้หญิงที่รักเรามากที่สุด

Hot! Hot!

#3 By So_mu on 2010-01-05 19:31

ซึ้งดีคับ

#2 By โรตรี (124.121.18.77) on 2010-01-05 19:28

ภาพข้างล่าง...

ทำให้ฉัน เศร้าใจมากค่ะ

#1 By Punnium Makeup on 2010-01-05 18:22